
PRO-ENVIR CO., LTD.
Water & Wastewater Treatment Specialist Company
Question: น้ำเสีย (Wastewater) คืออะไร ?
Answer: น้ำเสีย (Wastewater) หมายถึงของเสียที่อยู่ในสภาพของเหลวรวมทั้งมลสารที่ปะปนและปนเปื้อนอยู่ในของเหลวนั้น (ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535) กล่าวอีกนัยหนึ่ง น้ำเสียคือน้ำที่ได้รับผลกระทบในด้านคุณภาพจากอิทธิพลของมนุษย์ ทำให้คุณสมบัติของน้ำเปลี่ยนแปลงไปจนไม่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ตามวัตถุประสงค์เดิม น้ำเสียเกิดขึ้นจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ที่ทำให้น้ำมีสิ่งปนเปื้อนหลากหลายชนิด เช่น มีส่วนผสมของน้ำมัน ผงซักฟอก สบู่ ยาฆ่าแมลง และสารต่างๆ จนกลายเป็นน้ำที่ไม่พึงประสงค์และอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม การที่น้ำกลายเป็นน้ำเสียนั้นส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางทั้งต่อระบบนิเวศ สุขภาพอนามัยของประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศ

แหล่งกำเนิดและประเภทของน้ำเสีย : แหล่งกำเนิดมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ แหล่งที่มีจุดกำเนิดแน่นอน เช่น แหล่งชุมชน โรงงานอุตสาหกรรม และแหล่งที่มีจุดกำเนิดไม่แน่นอน เช่น การเกษตร น้ำเสียแต่ละประเภทมีลักษณะและองค์ประกอบที่แตกต่างกันไปตามแหล่งกำเนิด
-
น้ำเสียจากชุมชน:
น้ำเสียจากชุมชนได้แก่ น้ำเสียที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆ ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชน รวมถึง น้ำเสียที่เกิดขึ้นจากการประกอบอาหาร การล้างสิ่งสกปรกภายในครัวเรือนและอาคาร ร้านค้าพาณิชยกรรม ตลาดสด สถานที่ราชการ โรงแรม โรงเรียน รวมถึงห้างสรรพสินค้า น้ำเสียจากชุมชนมีลักษณะเฉพาะคือ มีสกปรกในรูปของสารอินทรีย์สูง ประกอบด้วยเศษอาหาร สารซักฟอก สบู่ น้ำมันและไขมัน รวมถึงเชื้อโรคจากของเสียจากร่างกายมนุษย์ น้ำเสียประเภทนี้ประมาณ 75% ของน้ำเสียทั้งหมด
-
น้ำเสียจากอุตสาหกรรม:
น้ำเสียจากอุตสาหกรรมได้แก่ น้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการอุตสาหกรรม ตั้งแต่ขั้นตอนการล้างวัตถุดิบ กระบวนการผลิตจนถึงการทำความสะอาด ส่วนใหญ่จะเป็นน้ำล้างในกระบวนการผลิตต่างๆ ทั้งน้ำหล่อเย็นที่มีความร้อนสูง และน้ำเสียจากห้องน้ำของคนงาน
ถึงแม้น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมจะมีปริมาณไม่มากเมื่อเทียบกับน้ำเสียจากชุมชน แต่ สิ่งสกปรกที่ผสมเจือปนอยู่ในน้ำเสียประเภทนี้มักเป็นพวกสารเคมีที่เป็นพิษ และพวกโลหะหนัก สารอินทรีย์ต่างๆ ที่มีความเข้มข้นสูง ลักษณะของน้ำเสียจะแตกต่างกันไปตามประเภทของอุตสาหกรรม เช่น โรงงานสิ่งทอจะมีสารเคมีและสีย้อม โรงงานอาหารจะมีสารอินทรีย์สูง ส่วนโรงงานโลหะจะมีโลหะหนักที่เป็นอันตราย
-
น้ำเสียจากการเกษตร:
น้ำเสียที่เกิดจากเกษตรกรรมได้แก่ การระบายน้ำจากสวนไร่นา ที่มีการปนเปื้อนสารเคมีจากการเกษตร เช่น ยาฆ่าแมลง ยากำจัดศัตรูพืช และปุ๋ยเคมี ลงสู่แม่น้ำลำคลอง นอกจากนี้ยังรวมถึงน้ำทิ้งจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่มีมูลสัตว์และเศษอาหารปะปนอยู่
การใช้ปุ๋ยไนเตรตของเกษตรกร เมื่อปุ๋ยลงสู่แหล่งน้ำจะทำให้น้ำมีปริมาณเกลือไนเตรตสูง สารเคมีเหล่านี้หากสะสมในแหล่งน้ำจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอย่างมาก
-
น้ำเสียจากน้ำฝน
น้ำฝนที่ไหลบ่ามาจากถนนในเมือง ลานจอดรถ หลังคา ทางเท้า มีน้ำมัน อุจจาระสัตว์ เบนซิน ดีเซล ยางตกค้าง ขี้สบู่ โลหะจากไอเสียรถยนต์ ปนเปื้อนอยู่ น้ำฝนจะชะล้างสิ่งสกปรกต่างๆ ที่สะสมบนพื้นผิวลงสู่แหล่งน้ำ ทำให้น้ำฝนกลายเป็นแหล่งมลพิษที่สำคัญ โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีพื้นที่ปิดทึบมาก

องค์ประกอบของน้ำเสีย: น้ำเสียประกอบด้วยสารปนเปื้อนหลากหลายชนิด ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นหมวดหมู่สำคัญดังนี้
-
สารอินทรีย์:
สารอินทรีย์ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เช่น เศษข้าว ก๋วยเตี๋ยว น้ำแกง เศษใบตอง พืชผัก ชิ้นเนื้อ ซึ่งสามารถถูกย่อยสลายได้โดยจุลินทรีย์ที่ใช้ออกซิเจน กระบวนการย่อยสลายนี้ทำให้ระดับออกซิเจนละลายน้ำลดลง อาจเกิดสภาพเน่าเหม็นได้ ปริมาณของสารอินทรีย์ในน้ำนิยมวัดด้วยค่าบีโอดี (BOD) เมื่อค่าบีโอดีในน้ำสูง แสดงว่ามีสารอินทรีย์ปะปนอยู่มาก และสภาพเน่าเหม็นจะเกิดขึ้นได้ง่าย ตามข้อกำหนดมาตรฐานของระบบบำบัดน้ำเสียสำหรับโรงงานนั้น น้ำทิ้งก่อนปล่อยไปยังแหล่งน้ำธรรมชาติต้องมีค่า BOD ไม่เกิน 20 มิลลิกรัมต่อลิตร นอกจาก BOD แล้วยังมีค่า COD (Chemical Oxygen Demand) ซึ่ง คือค่าปริมาณออกซิเจนทั้งหมดที่ใช้ในการย่อยสารอินทรีย์ด้วยวิธีการทางเคมี โดยน้ำที่มีค่า COD สูงแสดงว่ามีความสกปรกมาก ค่ามาตรฐานของระบบบำบัดน้ำเสียโรงงาน กำหนดไว้ว่าน้ำทิ้งก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ต้องมีค่า COD ไม่เกิน 120 มิลลิกรัมต่อลิตร
-
สารอนินทรีย์และโลหะหนัก:
สารอนินทรีย์ ได้แก่ แร่ธาตุต่างๆ ที่อาจไม่ทำให้เกิดน้ำเน่าเหม็น แต่อาจเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต ได้แก่ คลอไรด์ ซัลเฟอร์ นอกจากนี้ โลหะหนักและสารพิษ อาจอยู่ในรูปของสารอินทรีย์หรืออนินทรีย์และสามารถสะสมอยู่ในวงจรอาหาร เกิดเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต เช่น ปรอท โครเมียม โลหะหนักมักสะสมอยู่ในห่วงโซ่อาหาร เมื่อมนุษย์บริโภคเข้าไปโดยตรงหรือโดยอ้อม เช่น บริโภคผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ก็จะเข้ามาสะสมในร่างกายทำให้เกิดอันตรายได้ โลหะหนักที่พบบ่อย ได้แก่ ปรอท ตะกั่ว แคดเมียม สารหนู และโครเมียม ซึ่งล้วนเป็นสารที่ไม่สลายตัวง่ายและสะสมในสิ่งแวดล้อมได้ยาวนาน
-
เชื้อโรคและจุลินทรีย์:
โดยทั่วไปเชื้อโรคที่พบในน้ำเสียที่ก่อให้เกิดโรคต่อมนุษย์ได้ มี 4 ชนิด คือ แบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว และพยาธิ โดยมีสาเหตุมาจากอุจจาระของมนุษย์ปนมากับน้ำเสีย เชื้อโรคเหล่านี้อาจก่อให้เกิดโรคติดเชื้อต่างๆ เช่น อหิวาตกโรค ไทฟอยด์ บิด และโรคระบบทางเดินอาหารอื่นๆ โรคติดเชื้อจากสิ่งขับถ่ายสามารถติดต่อสู่คน มี 2 วิธี คือ เกิดจากเชื้อโรคที่อยู่ในสิ่งขับถ่ายของบุคคลหนึ่งแพร่กระจายออกสู่สิ่งแวดล้อมแล้วเข้าสู่บุคคลอื่น และเกิดจากเชื้อโรคจากสิ่งขับถ่ายเข้าทางปาก โดยที่สัตว์พาหนะ เช่น หนูหรือแมลงต่างๆ
-
สารแขวนลอยและของแข็ง:
ปริมาณของแข็งหมายถึงปริมาณสารต่างๆ ที่มีอยู่ในน้ำเสีย ทั้งแบบไม่ละลายน้ำและที่ละลายน้ำ ของแข็งบางชนิดมีน้ำหนักเบาและแขวนลอยอยู่ในน้ำ บางชนิดหนักและจมตัวลงเบื้องล่าง สารแขวนลอยทำให้น้ำขุ่นและลดการซึมผ่านของแสงสู่แหล่งน้ำ ส่งผลต่อการสังเคราะห์แสงของพืชน้ำ ค่ามาตรฐานสำหรับระบบบำบัดน้ำเสียสำหรับโรงงานนั้น ต้องมีของแข็งแขวนลอยไม่เกิน 20 มิลลิกรัมต่อลิตร การควบคุมปริมาณของแข็งแขวนลอยเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาคุณภาพแหล่งน้ำ
-
ไขมันและน้ำมัน:
ไขมันและน้ำมันเป็นเอสเทอร์ชนิดหนึ่งซึ่งมีอยู่ในธรรมชาติ โดยน้ำมันและไขมันที่พบอยู่ในน้ำส่วนใหญ่ มักจะพบในน้ำทิ้งหรือน้ำเสีย ได้แก่ น้ำมันและไขมันจากพืชและสัตว์ สบู่ ผงซักฟอก สารเหล่านี้มีน้ำหนักเบาและลอยน้ำ ทำให้เกิดสภาพไม่น่าดูและปิดออกซิเจนจากอากาศสู่แหล่งน้ำ ส่งผลให้สัตว์น้ำขาดออกซิเจน
ผลกระทบของน้ำเสีย : น้ำเสียส่งผลกระทบในหลายมิติ ทั้งต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย และเศรษฐกิจ
-
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
น้ำเสียมีสีและกลิ่นที่น่ารังเกียจ ไม่สามารถใช้อุปโภคและบริโภคได้ และเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตทั้งในน้ำและในบริเวณใกล้เคียงทำให้เสียความสมดุลทางธรรมชาติ เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม
น้ำเสียทำให้สัตว์น้ำลดปริมาณลง น้ำเสียที่เกิดจากสารพิษอาจทำให้ปลาตายทันที ส่วนน้ำเสียที่เกิดจากการลดต่ำของออกซิเจนละลายในน้ำถึงแม้จะไม่ทำให้ปลาตายทันที แต่อาจทำลายพืชและสัตว์น้ำเล็กๆ ที่เป็นอาหารของปลา นอกจากนี้ น้ำเสียยังทำลายแหล่งเพาะวางไข่ของปลาเนื่องจากการตกตะกอนของสารแขวนลอยในน้ำเสียปกคลุมพื้นที่วางไข่
แหล่งน้ำที่เสียสมดุลและขาดการไหลเวียนของน้ำมักเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงและสัตว์ที่อาจเป็นพาหะนำโรค สภาพเช่นนี้ส่งผลต่อความหลากหลายทางชีวภาพและทำลายระบบนิเวศน์ของแหล่งน้ำ
-
ผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย
การปนเปื้อนในแหล่งน้ำมักเกิดจากการทิ้งของเสียจากคนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นขยะ เศษอาหาร ของเสียจากร่างกาย และสารเคมีจากของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ผงซักฟอก สบู่ และน้ำยาทำความสะอาด นอกจากนี้ การทำอุตสาหกรรมอาจทิ้งสารพิษและสารเคมีอันตราย เช่น โลหะหนัก ปุ๋ยเคมี และยาฆ่าแมลง
น้ำเสียเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน เพราะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรคและเป็นพาหนะนำโรคต่างๆ สู่มนุษย์ สัตว์ และพืช โรคที่เกิดจากน้ำเสีย ได้แก่ โรคอหิวาตกโรค ไทฟอยด์ บิด และเป็นแหล่งเพาะเชื้อยุงซึ่งเป็นพาหะของโรคบางชนิด เช่น มาเลเรีย ไข้เลือดออก สารมลพิษที่ปะปนในแหล่งน้ำ ถ้าเราบริโภคทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคมินามาตะ เกิดจากการรับประทานปลาที่มีสารปรอทสูง โรคอิไต-อิไต เกิดจากการได้รับสารแคดเมียม มากกว่า 20% ของการสัมผัสสารตะกั่วทั้งหมดในเด็กเกิดจากการบริโภคน้ำที่ปนเปื้อน
-
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
น้ำเสียทำลายทัศนียภาพ โดยเฉพาะแหล่งน้ำที่ใช้ในการคมนาคมและแหล่งท่องเที่ยว ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการท่องเที่ยวและการประมง น้ำเสียทำให้เกิดผลเสียหายต่อการประมงและเศรษฐกิจ
น้ำเสียเป็นปัญหาต่อกระบวนการผลิตน้ำประปา ทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงคุณภาพน้ำเพิ่มมากขึ้น แหล่งน้ำที่เสื่อมโทรมไม่สามารถใช้เป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปาได้ ส่งผลให้ต้องลงทุนสูงขึ้นในการบำบัดน้ำ นอกจากนี้ยังต้องใช้งบประมาณในการดูแลรักษาสุขภาพของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเสีย
สถานการณ์ปัญหาน้ำเสียในปัจจุบัน : สถิติที่น่าตกใจคือ น้ำเสียในโลกมากกว่า 80% ไหลกลับสู่สิ่งแวดล้อมโดยไม่ได้รับการบำบัดหรือนำกลับมาใช้ใหม่ องค์การสหประชาชาติเผยว่าน้ำเสียมากกว่า 80% ของโลกไหลสู่สิ่งแวดล้อมโดยไม่ผ่านการบำบัดหรือนำกลับมาใช้ใหม่ ยิ่งไปกว่านั้นในประเทศที่ด้อยพัฒนา ตัวเลขดังกล่าวอาจสูงถึง 95%